2006/Dec/15

キャンドル (CANDLE)

Singer:橘慶太 (Tachibana Keita)
Lyrics:橘慶太 (Tachibana Keita)
Composer:山口寛雄 (Yamaguchi Nobuo)
Translate to Thai by sorako

++++++++++++++++++++++++

Surechigau hitobito ga
hohoemi wo ukabete
aruite yuku
yakusoku no basho e


Kashikan da te no naka de
kimi to no awai kioku ga
shizuka ni
sotto saite itanda


Oboeteru?
kimi to kawashi atta yakusoku
urainen mo koko de aetara ii nevto


KYANDORU (CANDLE) ni terasarete
bokura wa hazukashi sou ni
KISU (KISS) wo shita yo ne@kasa no naka de
aishi atta yo


HIRAHIRA to ame ga hora
yuki ni kawatte yuku you ni
koi ga ai e to@KATACHI kae@furitsumotta
ano hi no Memories


Sabishisa wo kakaete
kisetsu wo kanjite kita
honno sukoshi
otona ni natta yo


Suteki na hibi deshita
mune wo hatte ieru sa
subete ga
maru de kinou no you da ne


Ima@kimi mo
doko ga tooku de omoide wo
onaji sora miage@ omotte imasuka?


KYANDORU (CANDLE) ni yure nagara
ikutsu mo no yukitachi ga
omoidesaseru@kimi no egao@nukumori woc
HIRAHIRA to maichitta
futari no koi monogatari
kono mune no naka@itsumademo nokotteru yo
wasurerarenai Story


KYANDORU (CANDLE) ni yure nagara
ikutsu mo no yukitachi ga
omoidesaseru@kimi no egao@nukumori woc
HIRAHIRA to boku no me ni
maiori ta ano kiseki ga
kono mune no naka@itsumademo nokotteru yo
wasurerarenai Story

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ผู้คนที่เดินสวนกัน
ต่างมีรอยยิ้มปรากฏอยู่
มุ่งหน้าไปที่นัดหมาย

ในมือที่เย็นเฉียบ
เธอในความทรงจำที่เลือนลาง
ค่อยๆผลิบานขึ้นเงียบๆอย่างไม่รู้ตัว
(ความทรงจำค่อยๆปรากฏขึ้น ประมาณนั้นล่ะน้า)

จำได้มั้ย?
สัญญาที่แลกเปลี่ยนแก่กัน
ปีหน้าก็มาพบกันที่นี่อีกก็ดีนะ^-^~


*แสงสว่างถูกจุดขึ้นที่ปลายเทียน
พวกผมที่ต่างก็อาย
จูบกันภายใต้ร่มคันนั้น
และก็ได้พบกับความรัก

ดูสิ ฝนที่โปรยลงมา ดังHirahira(เป็นการเลียนเสียงของปอยฝน)
แปลเปลี่ยนกลายเป็นหิมะ
รูปแบบที่เปลี่ยนไปจากชอบเป็นรัก
...............ความทรงจำในวันนั้น


โอบกอดความเหงาผ่าน
ฤดูกาลที่ผันเปลี่ยนเข้ามา
เพียงแค่แป็บเดียวเท่านั้น
ก็กลายเป็นผู้ใหญ่ซะแล้ว


ทุกๆวันที่สวยงาม
พูดได้ว่าหัวใจยังคงตราตรึง
ราวกับว่าเรื่องทั้งหมดเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน


ตอนนี้ เธอที่แหงนมองท้องฟ้าเดียวกันนั้น
คิดจะไปที่ใดที่หนึ่งอยู่ใช่มั้ย?



ในขณะที่เปลวเทียนสั่นไหว
หิมะจะโปรยปรายลงมาซักเท่าไรก็ตาม
ความคิดที่(ถูกดึง)ออกมา ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของเธอ
ความอบอุ่นนั้น.......
(ประมาณว่า เพียงแค่คิดถึงเธอ ก็รู้สึกบอุ่นแล้ว >-<
Hirahira แผ่กระจายไปทั่ว (hirahiraนี้คิดว่าเป็นเสียงประกายวิ้งๆของความอบอุ่นนั้น -*- ลึกซึ้งจิงๆเลยเคตะ)
เรื่องราวความรักของเราสองคน
ที่ไม่ว่าจะนานซักเท่าไร ก็จะยังคงตราตรึงอยู่ในใจนี้ตลอดไป
เรื่องราวที่ไม่มีวันลบเลือน.....


ในขณะที่เปลวเทียนสั่นไหว
หิมะจะโปรยปรายลงมาซักเท่าไรก็ตาม
ความคิดที่(ถูกดึง)ออกมา ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของเธอ
Hirahira ประกาย ปรากฏขึ้นในตาของผม
ปราฏิหารย์นั้น
ไม่ว่าจะนานซักเท่าไร ก็จะยังคงตราตรึงอยู่ในใจนี้ตลอดไป
เรื่องราวที่ไม่มีวันลบเลือน.....

2006/Dec/12

- 3 -

ภายในห้องนอนหรูหรามืดครึ้มไปด้วยบรรยากาศแปลกที่แผ่กระจายมาจากชายผู้หนึ่งที่นั่งอยู่ที่ขอบเตียง รัศมีอำมหิตกำลังแพร่ออกมาแทรกซึมกลบทับบรรยากาศดีๆ ทั้งๆ ที่ข้างกายไม่เคยเว้นว่างจากอิสตรีผู้รุ่มร้อนสวยงามที่หมุนเวียนเปลี่ยนหน้ากันไป...ควันบุหรี่จางๆ ยิ่งกดทับให้บรรยากาศรอบตัวยิ่งดูอึดอัดเข้าไปอีก เมื่อบทสนทนาของผู้มาเยือนกำลังพร่างพรายออกมา...

ว่างัยนะ! ริวอิจิไม่ใส่ใจกับงาน...คราวนี้เป็นใคร? มาจากไหน?

คือว่าคุณฮิซาโตะ...พักนี้ผมเห็นริวอิจิเที่ยวกับผู้ชายคนหนึ่ง..ผู้ชายคนนั้นคล้ายมาก...คล้ายผู้ชายที่พุ่งเข้ากระแทกผมแล้วหนีไปตอนที่เซย์โงะถูกฆ่า

เงามืดเริ่มเคลื่อนคล้อยเข้ามาอีกระลอก...จะทำอย่างไรดีนะ?

ริวกับคุณครูเป็นแฟนกันจริงๆ เหรอฮะ จู่ๆ เจ้าตัวน้อย อากิระคุง ก็ถามขึ้นมาขณะที่เรากำลังนั่งคุยกันอยู่ที่หน้าบ้าน

ทำไมคิดอย่างนั้นล่ะ อากิระ?

เซ๊นต์น่ะฮะ

อ้อ...

ผมยิ้มให้กับความช่างแสนรู้ของอากิระ...พักนี้เราสนิทกันมากขึ้น ตอนที่เคตะไม่อยู่...ก็ได้อากิระนี่แหละเป็นเพื่อนคุยเล่น

บรืนนนน...

เสียงรถคุ้นตาวิ่งเข้ามาใกล้ๆ ทันทีที่ผมเหลือบไปเห็นผมก็แกล้งหลอกล่อเด็กน้อยให้เข้าบ้านไป มันอันตรายเกินกว่าที่เด็กตัวแค่นี้จะเข้ามาพัวพัน

อากิระคุง...คืนนี้ชั้นอาจจะไม่ได้กลับ เธอช่วยเอาอาหารให้เจ้าโบล์วทีนะ แล้วก็นี่...ฝากด้วยนะ ต้องไปก่อนล่ะ

ริว?

นี่อากิระคุง...ถ้าชั้นกับคุณครูรักกัน เธอยังรักเขาหรือเปล่า?

อากิระหยุดยืนอยู่หน้าประตูบ้านพร้อมทั้งกอดเจ้าโบล์วไว้กับอกก่อนจะหันหน้ามาตอบคำถาม

จะบ้าเหรองัย พูดเรื่องลำเอียงอย่างนั้นทำไม...ทั้งริว ทั้งคุณครู ทั้งโบล์ว...ผมก็รักหมดอยู่แล้ว

ผมยิ้มให้กับคำตอบที่เจ้าเด็กน้อยพูดก่อนจะเดินเข้าบ้านไป ขอบใจนะ...อากิระคุง

...

..

.

ริว!...ขึ้นรถ

ชายร่างใหญ่ 2 คน หน้าตาน่าเกลียด รอยบากบนใบหน้ายิ่งเสริมให้เจ้าตัวดูน่าเกลียดน่ากลัวเข้าไปอีก ถึงแม้ว่าจะปกปิดดวงตาชั่วๆ ไว้ด้วยแว่นดำก็ตาม...แผ่นหลังช่วงล่างถูกวัตถุบางอย่างจ่อเข้าในระดับเอว หึ...ไม่บอกก็รู้ว่ามันคืออะไร...อา...คงหมดเวลาเล่นสนุกแล้วสินะ

ผมถูกดันตัวขึ้นรถพามาที่สถานที่เดิมๆ คฤหาสน์แสนหรูหราของบอส ที่ๆ ผมเกลียดกับคนที่ผมเกลียด ช่างเข้ากันซะจริง...บอสยังคงไม่เปลี่ยน สาวสวยมักอยู่ข้างกายเสมอ และบรรยากาศชั่วร้ายก็มักจะอยู่รอบกายไม่เปลี่ยนเช่นกัน

เทปถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง...นั่นเป็นบทสนทนาของผมกับเคตะที่ผับนั้น หึ..หึ..นึกแล้วเชียว ทุกทีสินะ...

อยากหนีเป็นอิสระจากชั้นเรอะริว...คราวหน้ารู้จักตรวจดูซะก่อนนะว่ามีเครื่องดักฟังในห้องน้ำหรือเปล่า แกพยายามหนีไปจากชั้นกี่ครั้งมาแล้ว และทุกครั้งก็ตามกลับมาได้...แสดงว่า แกไม่กล้าที่จะหนีไปจากชั้นจริงๆ หรอก... ฮิซาโตะจุดยิ้มเยาะในความโง่เขลา

แกอยู่ในกำมือของชั้นแล้ว

เสียงที่ลอยมากระทบโสตประสาท มันช่างเยือกเย็นอะไรอย่างนี้

เมื่อก่อนอาจใช่ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว...พี่ชาย... ผมเปล่งเสียงออกมาอย่างยากลำบาก...อีกแล้ว...ที่นี่อีกแล้ว...ทำไมกัน...จบๆ กันไปซะทีสิ

พี่ได้ตายไปแล้ว...เคตะได้ช่วยปลดปล่อยชั้นให้เป็นอิสระจากเงาในอดีต

คิดเรอะว่าทั้งแกและผู้ชายคนนั้นจะจบลงง่ายๆ แบบนี้ ชั้นรู้นะ...ผู้ชายคนนั้นมันคือใคร...ไอ้ปีศาจฆาตกรโฮโมคนนั้น ใช่มั๊ย? เก็บสร้อยคอมาได้เรอะ...เอามานี่ซะ!

คำขู่เย็นๆ มาอีกระลอก...ทำไมต้องทำตาม....ผมเริ่มปลดสร้อยที่ห้อยคออยู่ออกก่อนที่จะปลดป้ายโลหะเล็กๆ แผ่นนั้นออกจากสายสร้อยแล้วค่อยๆ ยกมันขึ้น...คงคาดไม่ถึงล่ะสิ

เอื๊อก...

ป้ายเล็กๆ ถูกกลืนลงไปอย่างรวดเร็ว ผมยิ้มให้พวกที่อยู่ตรงหน้า...เอาล่ะ...ทีนี้จะทำอย่างไรต่อ?...

แก!?... เสียงลูกน้องร่างใหญ่ดังขึ้นด้วยความโมโห ผิดกับฮิซาโตะที่ยังสงบนิ่ง

ทำให้มันคายออกมา!

..

.

ไม่สำเร็จครับ!...จับมันกรอกน้ำจนแทบตาย มันก็ไม่คายออกมา...ต่อยยังงัยก็ไม่เป็นผล

อยากปกป้องมันจนถึงกับยอมทำขนาดนี้เชียวเรอะ...

สายตาเย็นชาน่ากลัวจดจ้องมาที่ร่างบางที่นอนแนบพื้นที่เปียกไปด้วยน้ำ ร่างกายที่มีแต่รอยช้ำ...ผมถูกจิกขึ้นมาให้เงยหน้าขึ้นสบตากับแววตาแข็งกร้าว...บุหรี่ถูกจุดมาคาบไว้ในปากก่อนที่จะเดินเข้ามาจับคางคนที่อ่อนแรงบอบช้ำให้เชิดขึ้นมาอย่างสะใจ

คนอย่างแกน่ะ..มีแค่นี้แหละ ประโยชน์อย่างอื่นไม่มีเลย แกไม่มีทางออกไปจากท่อน้ำใต้ดินแห่งนี้ไปใช้ชีวิตข้างนอกได้หรอกน่า

ฮิซาโตะเลื่อนฝ่ามือมาลูบไล้บริเวณกระดุมเสื้อด้านบนก่อนที่จะกระชากมันให้ขาดจากกัน เผยอวดผิวขาวเนียนและรอยสักอัปลักษณ์นั่น...

สงสัยแค่โดนสักอย่างเดียวคงยังไม่เข้าใจ...ใช่...แกมันโง่มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่ อย่าคิดจะบีบให้ชั้นปล่อยแกกลับไปอยู่กับพ่อแม่...จะสอนให้รู้ว่า แกไม่มีทางที่จะหนีไปจากชั้นได้ชั่วชีวิตหรอก ฮ่ะ..ฮ่ะ..ฮ่า...

แท่งแก้วใสที่บรรจุด้วยของเหลวอะไรสักอย่างถูกยกขึ้นจากมือหยาบกร้านพร้อมกับออกแรงเพียงเล็กน้อยกดปลายด้านหนึ่งให้ของเหลวนั้นถูกดันแทรกตัวผ่านเข้าไปยังโลหะปลายแหลม...ผ่านรูเล็กๆ นั้นแล้วก่อตัวเป็นหยดน้ำที่ปลายเข็ม...แสงของโลหะสะท้อนออกมาชวนให้หวาดกลัว...หัวไหล่ที่เปลือยเปล่าและลำแขนของร่างบางถูกจับล็อคไว้ด้วยมือสกปรก...ได้เวลาสนุกกันต่ออีกแล้ว...ริวอิจิ...อย่าทำหน้าไร้อารมณ์ความรู้สึกแบบนั้นสิ...เรากำลังจะสนุกด้วยกันไม่ใช่เหรอ...

เสียงดนตรีจากกล่องเพลงกำลังก้องและกังวานอยู่หัว...นั่นมัน...ทำนองเพลงที่เปิดในสวนสนุกเป็นประจำนี่!...

ริวหายหน้าหายตาไปกว่า 2 สัปดาห์แล้ว...

แกร่ก...แกร่ก...

ผมกำลังจะเดินเข้าบ้านไปอย่างหมดสิ้นแรง...ทั้งกาย...และใจ

แอ๊ดดด... ภาพตรงหน้าผม...

ริว!?

ริวที่แสนคิดถึงกำลังอยู่ตรงหน้าผม นั่งอยู่ที่ขอบหน้าต่างหนาที่เคยวางกล่องเพลงไว้ แต่บัดนี้กล่องนั้นกลับมาอยู่ในมือของร่างบางที่ยังก้มหน้าก้มตาเล่นมันอยู่...

นายไม่ติดต่อมาตั้ง 2 สัปดาห์! รู้มั๊ยว่าเป็นห่วงขนาดไหน! ผมอดที่จะขึ้นเสียงโมโหคนตรงหน้าไม่ได้ ทำไมล่ะริว! เงยหน้าขึ้นมาคุยกับฉันสิ

คิดถึงความรู้สึกของคนที่เป็นห่วงบ้างสิ ไปที่ร้านนั้นกี่ครั้งกี่หนก็บอกว่านายลาออกไปแล้ว ริว! ผมเอื้อมมือเข้าไปจับหัวไหล่บางอย่างรวดเร็วจนกล่องเพลงในมือสวยตกลงพื้น...เสียงดนตรีดังขึ้นมาเรื่อยๆ บทเพลงช้า...แสนเศร้า...จนผมอดไม่ได้ที่จะเข้าไปสวมกอดร่างตรงหน้าให้เข้ามาอยู่ในอ้อมอก อยากจะให้รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาบ้าง...

เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ขอแค่นายกลับมาก็พอแล้ว...ริว ใบหน้าหล่อคมกดลึกแนบฝังเข้าไปที่ซอกคอหอมหวานของคนในอ้อมกอด ในขณะที่แขนของร่างบางก็โอบรัดตอบคนที่แสนห่วงเช่นเดียวกัน

ชั้นเองก็เหมือนกันเคตะ เวลานี้ชั้นรักนาย...รักยิ่งกว่าใครๆ เลย น้ำตาเริ่มคลอที่ขอบตาช้ำ...นั่นทำให้การกลั้นสะอื้นเป็นไปยาก แรงสั่นไหวทำให้อีกฝ่ายแปลกใจจนต้องเลื่อนมือขึ้นกอบกุมดวงหน้าหวานให้เงยขึ้นสบตากับตน ความเป็นห่วงยิ่งทวีความรุนแรง...ยิ่งเห็นรอยช้ำบนใบหน้าหวานที่รู้ว่ามันเคยเนียนนุ่มเพียงใด ก็ยิ่งเจ็บลึกลงในก้อนเนื้ออกด้านซ้ายมากขึ้นเท่านั้น

ริว! เป็นอะไรไป หน้าของนาย...!? ถูกรังแกมาเรอะ เสียงที่ฟังดูตื่นๆ สายตาที่ยังจดจ้องร่องรอยบนหน้าสวย..พาลให้ต้องหลบสายตา น้ำตาหยุดไหลแล้ว...ไม่จำเป็นแล้ว...

เรื่องนี้...ไม่จำเป็นต้องรู้ เพราะมันไม่เกี่ยวกับนาย!

มือสวยกำลังคว้าบางสิ่งออกมาจากทางด้านหลัง ก่อนจะยกมันขึ้นเล็งไปที่คนข้างหน้าด้วยแววตาหวาดหวั่น หากแต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมากลับแข็งกร้าว นิ่งจนน่ากลัว

ลาก่อน...เคตะ ชั้นสนุกมากกับเกมส์คนรัก...ชั้นจะไปจากที่นี่...ไปหาพี่ชาย

จดหมายถูกยกขึ้นมาเหมือนจะบอกอะไรบางอย่างจากร่างบาง รอยยิ้มค่อยๆ คลี่ออกมาที่ละนิด...ทีละนิด

หาพี่ชายเจอแล้ว...เขาเขียนจดหมายมาให้ชั้นไปอยู่ด้วย...พี่ชายอยู่นิวยอร์คและตามหาตัวชั้นมาตลอด เพราะฉะนั้นชั้นจะไป นายช่วยให้ชั้นพ้นไปจากฮิซาโตะไม่ได้!...ความจริงชั้นเคยชวนคนอื่นๆ ก่อนหน้านายมาตั้งหลายคน แต่ทุกคนถูกกำจัดหมด...อย่างน้อย...นายจะต้องตายด้วยน้ำมือของชั้น...ชั้นไม่ต้องการนายอีกแล้ว!

ตอนนี้...สายตาของผมเป็นแบบไหนกันนะ ผมมองคนที่ผมรักด้วยสายตาแบบไหนกัน...

ไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว...

ไม่ต้องการนายอีกแล้ว เคตะ...

ไม่มีลูกโป่งสำหรับนาย...

สายตาที่ปราศจากความรู้สึกจากคนตรงหน้า

อย่า!...อย่านะ!...อย่าจ้องมองผมด้วยสายตาแบบนี้!!!

อาการคลุ้มคลั่งเริ่มกลับมาจู่โจมอีกครั้ง...มือที่เคยว่างเปล่ากลับคว้าได้บางสิ่ง สมองชักจะมึนตึงเห็นแค่เพียงภาพในอดีต...เสียงที่ลอยเข้ามารบกวนในสมอง...นี่เคตะ...ชั้นเป็นของนายคนเดียวนะ

วินาทีนี้ทุกอย่างกำลังจะจบสิ้น ผมไม่รู้สึกอีกเลยจนกระทั่งกายของเราทั้งสองแนบชิดกัน เลือดสีสดเริ่มไหลรินออกจากปลายมีดที่ผมกดฝังมันเข้าไปในร่างสวยตรงหน้า...ปืนถูกปล่อยหลุดจากมือเรียวอย่างง่ายดาย ก่อนที่จะเกาะขยุ้มลงบนเนื้อผ้านุ่มในตำแหน่งเดียวกับ หัวใจ ของผม...อีกข้าง...ค่อยๆ เลื่อนมาโน้มต้นคอผมลงมาให้ริมฝีปากแดงประทับลงแผ่วเบาแล้วผละออกไปอย่างช้าๆ...รอยยิ้มสวยที่แดงฉานไปด้วยเลือดสะกดสายตาของผมไว้!!

สัญญาครั้งแรก...ในที่สุดก็ช่วยชั้นเอาไว้ได้ ช่วยให้ชั้นเป็นอิสระ

ใบหน้าสวยที่อยู่ห่างกันแค่เพียงลมหายใจ ค่อยๆ ห่างไปทุกที..ทุกที..มือเรียวที่เคยโอบรั้งต้นคอก็ค่อยๆ คลาย...เสียงเบาๆ ที่เปล่งออกมาจากปากสวยยิ่งแผ่วเบาลงทุกที..ทุกที..

แม้กระทั่งหัวใจ...ทุกอย่าง...เคตะ... ร่างทั้งร่างค่อยๆ ล้มต่อหน้าผมราวกับภาพสโลว์ ของเหลวสีแดงเริ่มขยายวงกว้างออกจากอกซ้ายของร่างแสนที่รัก...เสียงสุดท้ายที่ได้ยิน ...เป็นของนายเป็นของนาย...

ผมก้มลงเก็บกระดาษจดหมายนั้นขึ้นมา...จดหมายจากพี่ชาย?...กระดาษเปล่า! ปืน...ปืนของริว...กระสุนไม่มี...ทุกอย่าง...สีขาวโพลน...

...

..

.

ในขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่งของประตู

นี่ริวอิจิ! เรียบร้อยดีมั๊ย?

เสียงตะโกนลอยมาจากทางด้านนอกของประตู

ฮิซาโตะนี่ มันร้ายจริงๆ บังคับให้ไปฆ่าคู่ขาคนนั้น นัยว่าป้องกันการถูกทรยศ...ทั้งๆ ที่เป็นน้องชายแท้ๆ

เฮ่! ริว เร็วเข้า

เสียงตะโกนดังเข้ามา...ร่างใหญ่ของชาย 2 คนยังคงเฝ้าอยู่ที่หน้าประตู...รอให้ทุกอย่างเรียบร้อย...คงต้องรออีกนาน...

...

..

.

ริวยังไม่ตายซะหน่อย ผมโอบกอดริวไว้...จะไม่ปล่อยไปไหนอีกแล้ว...

นี่ เคตะ...รักชั้นมั๊ย? ได้ยินมั๊ย เสียงนุ่มๆ ที่กระซิบอยู่ข้างหู

รัก...

............................................................

เท่านี้ล่ะครับ...เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นครับ...การกระทำอย่างโหดร้ายของจำเลย ทาจิบานะ เคตะ การฆ่าคนตามถึง 7 คน นับเป็นการกระทำที่ยกโทษให้ไม่ได้...และ โอกาตะ ริวอิจิ เหยื่อรายสุดท้ายเป็นคนที่เขารักด้วย

ร่างสูงนั่งหลับตาสงบนิ่งรอสิ่งที่กำลังจะเกิด...บทลงโทษสำหรับคนบาปอย่างนั้นหรือ...ริวอิจิ! ฉันจะได้พบนายแล้ว...

ต่อไปเป็นการตัดสินคดี...จำเลยกรุณาลุกขึ้นยืน คณะลูกขุนลงความเห็นแล้วหรือยัง? ตัดสินแล้ว...

ตึ้ก!..ตึ้ก!..ตึ้ก! เสียงเคาะดังขึ้นพอๆ กับเสียงหัวใจตอนนี้

จำเลย..ทาจิบานะ เคตะ..มีความผิด เนื่องจากประสบการณ์อันเลวร้ายในวัยเด็กและสภาพครอบครัวของจำเลย ทำให้จำเลยก่อคดีฆาตกรรม...ดังนั้น...ศาลขอตัดสินให้จำเลยต้องโทษจำคุก รวมระยะเวลา 140 ปี...จบการตัดสิน!

เสียงฮือฮาดังขึ้น...ตำรวจเริ่มเข้ามาคล้องกุญแจมือ...

ทำไม!? ทำไม? ผมตะโกนออกมา...ทำไม...มันไม่ยุติธรรมเลย

เคตะ!

ไอ้ฆาตกร! เอาลูกชายของฉันคืนมา!

ทำไม! ทำไมถึงไม่ส่งผมไปอยู่กับริว!...ริว!

ผมถูกผู้คุมขังลากตัวออกไปท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานา...เสียงนักข่าว...เสียงพ่อแม่ของริว...และเสียงประตูเหล็ก...

แกร๊ง!

.

เคตะ ดูสีหน้าดีขึ้นตั้งเยอะ นานๆ ให้ออกมาสูดอากาศข้างนอกบ้างก็ดี

ให้ตายเหอะ ดูท่าทางแล้วไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเป็นปีศาจฆาตรกร หล่อขนาดนี้...เป็นชั้นก็ยอมล่ะ คิคิ..

แหมเธอนี่ก้อ...ตอนที่ถูกส่งตัวจากสถานกักกันมาโรงพยาบาล สภาพดูไม่ได้เลย เดี๋ยวนี้บางครั้งยังยิ้มให้นางพยาบาลด้วย แต่...ก็ยังไม่ยอมพูดกับใครเลย...

เค้าคงจะนึกถึงเรื่องดีๆ ก็ได้นะ

..

.

ที่นี่ที่ไหน...ผมกำลังทำอะไรอยู่...ดาดฟ้าสินะ...อา...ลมเย็นสบายดีจัง...เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วนะ...อยากเจอจัง...

ผมหลับตารับลมเย็นๆ ปล่อยใจให้ล่องลอยไปตามสายลม... อิสระ คงเป็นแบบนี้สินะริว เหมือนสายลมเบาๆ แบบนี้ ล่องลอยไปไหนก็ได้ แล้วผมล่ะ...ทำไม..กลับต้องมานั่งอยู่ที่ตรงนี้?...

กึก!..

ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ...อา...ได้พบกันซักที...คิดถึงนายจังเลย...ริวจังของผม...

รอยยิ้มค่อยๆ คลี่ตามคนตรงหน้า..ก็..ริวกำลังยิ้มนี่นา...ภาพนั้นติดตาไม่รู้ลืม...ลูกโป่งหลากสีที่ถือไว้ข้างหลัง...ชอบสินะ..อยากอยู่ใกล้ๆ...ล่องลอยไปด้วยกัน...

...ริวอิจิ...

...เคตะ...

..

.

ถ้าหากจะตายเพราะรักล่ะก็...

..

:: Encore ::

ตกลงมาจากดาดฟ้า ตายคาที่!!

แต่...ทางโรงพยาบาลยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่มีทางที่คนไข้จะฆ่าตัวตายได้ เพราะด้านนอกบนดาดฟ้ามีรั้วเหล็กสูงกั้นอยู่และกุญแจที่ว่าไม่ได้ล็อคก็พบว่ามันล็อค

เฮ้อ...มันจะเกิดเรื่องแปลกๆ อย่างนั้นได้งัย

ข่าวการตายของ ทาจิบานะ เคตะ ยังคงลือกันอย่างหนาหู อากิระอุ้มเจ้าโบล์วออกมารับอากาศหน้าบ้าน นั่งมองท้องฟ้าเล่นเหมือนทุกที...

อ๊ะ! ลูกโป่งสีแดงลอยล่องมาจากไหนกัน

2 คนนั้นนี่...โบล์ว

สุดท้ายแผ่นป้ายก็ย้อนกลับมาหาเจ้าของจนได้...ที่คอของโบล์ว...

--- The End ---

2006/Nov/28

- 2 -

...หากหลอมละลายรวมกันได้ จิตใจของฉันจะเชื่อมโยงไปถึงนาย...

ตึง...ตึ่ง...ตึ๊ง...เสียงดนตรีในกล่องดังเบาๆ พร้อมกับม้าหมุนเริ่มหมุนวนไปเรื่อยๆ...เรื่อยๆ...สวนสนุกกำลังเริ่ม...

แกเกิดมาที่สวนสนุกเคลื่อนที่...

แม่มักจะพูดเช่นนี้เสมอตั้งแต่เล็ก...เพราะเป็นผู้หญิงที่มีจิตใจไม่มั่นคง บางครั้งแม่ก็จะพูดบ่นอยู่เพียงลำพังจนทำให้ผมได้ยินเรื่องราวเข้าโดยบังเอิญ แม่...จะพาผู้ชายหลายๆ คนมาที่บ้านและก็จะได้เงิน...ผมเกลียดมัน!...ถึงจะไม่เข้าใจความหมาย แต่ผมก็รู้สึกรังเกียจ! ...เคยคิดว่าหากโตขึ้น ตัวเองกลัวที่จะเป็นแบบนี้ แม่ไม่เคยตีผมเลยสักครั้ง แต่ก็ไม่เคยที่จะหันมามองและพูดด้วยความรัก...ผมเคยพยายามที่จะดึงความสนใจมาจากแม่ แต่ก็ไร้ผล เธอมองคล้ายจะปฏิเสธความมีชีวิตของผม...

อยู่มาวันหนึ่ง แม่พาผมไปยังสวนสนุกที่ห่างไกล...

รถดั๊มฟ์...

ม้าหมุน...

ชิงช้าสวรรค์...

ถ้วยหมุน...

ที่บ้านพิศวง...ผมได้ดูตัวตลกแสดงมายากล...มายากลมากมาย

ลูกโป่ง! ตัวตลกกำลังจะแจกลูกโป่ง ผมไปเอานะฮะแม่!

ผมรีบวิ่งออกไปโดยมีแม่มองตามหลัง แต่ทว่าลูกโป่ง...มาไม่ถึงผม...ของผมไม่มี...และเมื่อหันกลับไป...ไม่มีร่างของแม่!

แม่...ผมไม่ได้ลูกโป่ง เพราะผมเป็นเด็กที่ไม่มีใครต้องการใช่มั๊ย?...ใช่มั๊ย!?

เด็ก 10 ขวบจะวิ่งไปไหน อย่างไร...ระหว่างทางผมถูกตำรวจพาตัวไปไว้ที่สถานีหลายต่อหลายหน แต่ก็หนีออกมาได้...ขึ้นรถไฟใต้ดินไปเรื่อยเปื่อยเท่าที่สมองน้อยๆ จะจดจำได้ บางครั้งก็โบกรถ 2 วันเต็มๆ ท่ามกลางอันตรายบนท้องถนน และในที่สุด...ผมก็กลับถึงบ้าน!

สัญชาตญาณของการกลับถึงถิ่นที่น่าพิศวงบวกกับความกลัวที่จะอยู่คนเดียวทำให้ผมกลับบ้านได้อย่างเหลือเชื่อ และผมก็คาดหวังอยู่ในส่วนลึกของหัวใจ ว่าจะได้เห็นปฏิกิริยาของผู้เป็นแม่ เมื่อเห็นผมกลับบ้านเองได้!...ผมค่อยๆ ย่องเข้าไป...ผ่านหน้าต่างบานใหญ่ที่มีผ้าม่านปกคลุมเสียงโหวกเหวกดังขึ้นจนผมต้องหยุดสายตาให้มองผ่านช่องผ้าม่านนั้น...

ใช่...ชั้นโกหก...เคตะไม่ใช่หลานชั้นหรอก เป็นลูกชายที่ชั้นคลอดมาเองตอนอายุ 16...เฮอะ! ตอนที่ไปเที่ยวสวนสนุกเคลื่อนที่ ชั้นถูกผู้ชายที่แต่งตัวเป็นตัวตลกข่มขืนจากด้านหลังของบ้านพิศวง! ชั้นก็แค่...เอาเคตะไปคืนที่เดิมเท่านั้นเอง!

ตอนนี้สมองของผมมันช่างสับสนวุ่นวายไปหมดแล้ว ตกลงผมเป็นใคร!? ตลอดเวลาที่ผ่านมาที่แม่ไม่เคยหันมามองผมก็เพราะเหตุนี้เองหรือ...แม่

ตอแหลจบแล้วก็ส่งเงินมาสิวะ ได้มาเท่าไหร่ล่ะ จากไอ้คนที่โทรมาเมื่อกี้น่ะ

เรื่องอะไร! ผู้ชายไม่ได้มีแค่แกคนเดียวนี่หว่า ไม่มีปัญญาหากินแล้วเรอะไอ้บ้า!

เออสิวะ! ชายคนนั้นพูดด้วยอาการบ้าคลั่ง ระดับความโกรธสูงขึ้นจนหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดง สมองสั่งการให้จัดการอะไรซักอย่างกับนังผู้หญิงปากมากนี่

เงียบนะ! นังผู้หญิงแพศยา!

ฉึ่ก!

..

.

เงาที่ปรากฏอยู่ที่ผนังกำแพงและเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผมได้ยินแทบทำให้หัวใจผมหยุดเต้น ชายคนนั้นหนีไปไหนแล้ว ผมเดินเข้าไปใกล้แม่...แม่อยู่ในสภาพที่น่าตกใจและในที่สุดก็เริ่มขอความช่วยเหลือ สายตาที่มองมาทำให้ผมต้องหยุดเดิน

โทรศัพท์ที...เคตะ..เร็วเข้า..ถ้าแม่หายดีจะพาลูกไปสวนสนุกอีกงัย..นะ..แล้วก็...

แล้วก็จะทิ้งผมไว้อีกใช่มั๊ย?

ดวงตาที่เบิกกว้าง ผมแทบไม่รู้สึกตัวเลยว่าทำอะไรลงไป รู้สึกแค่เพียงความสั่นไหวของมือที่กำบางสิ่งอยู่...หยดน้ำตาร่วงหล่นจากสองตาไม่ขาดสาย และผมก็ไม่คิดที่จะเช็ดหรือห้ามมัน...

กึก..อ้ำ..อ้ำ..อึ้ก..อึ้ก..

หิวกระหายมากมายจนทนไม่ไหว ผมจึงเริ่มหาของกินมานั่งกินข้างๆ แม่...อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น...ทั้งๆ ที่ไม่เคยมองผมมาก่อน ในเวลานี้...เวลานี้อย่ามองผมแบบนี้...

ผมทนไม่ได้จึงช่วยปิดตาแม่โดยการใช้กระดาษกาวปิดดวงตาที่มองมา มือเปื้อนเลือดเต็มไปหมดทำให้ผมกลัว ขี้ขลาด...แม่ไม่มองผมอีกแล้ว ทุกคนถูกปิดตา..ปิดตาแล้ว...ไม่เป็นไรแล้ว..ไม่เป็น ผมนั่งระบายสีภาพอยู่ข้างๆ แม่ รูปทุกรูป..ผมจะช่วยปิดตาให้เอง

...

..

.

เด็กคนนั้นอยู่คนเดียวกับศพของแม่ที่ถูกฆ่าตายถึง 5 ชั่วโมง ใจเด็ดจริงๆ คงจะช๊อคมาก...พยายามจะดึงมีดออกจากตัวแม่สินะ...ต้องเรียกตำรวจทันทีเลยรู้มั๊ย แล้วทำไมเอากระดาษเทปปิดที่ตาของแม่ล่ะ?

ก็แม่จ้องมาที่ผมด้วยความโมโห

ผมบอกออกไปแค่นั้น ไม่มีใครสงสัยเด็กตัวเล็กๆ ที่ไร้ญาติขาดมิตร และในที่สุดผมก็เดินไปสู่หนทางการเป็นครูด้วยจิตใจทีไม่อยากมีลูกที่เหมือนกับผม

แต่...มันตรงกันข้ามกับหน้าตาตอนกลางวัน...กลางคืนกลับต้องการพวกที่ขายตัวเพราะเงินเหมือนแม่ แล้วทำไมล่ะ พวกผู้ชายวัยรุ่นเหล่านั้น มันสกปรก น่าทุเรศ! ...ผมปักมีดหลายต่อหลายครั้ง ก็ของสกปรกไม่เป็นที่ต้องการนี่ เพราะมันมองผมและดุด่าผม...จะต้องปิดตา ต้องฆ่าให้ตาย ไม่งั้นผมแย่แน่ๆ ใครก็ได้ช่วยผมที...คนอย่างแกตายซะได้ก็ดี มีชีวิตอยู่อย่างไร้ศักดิ์ศรี! ทุกคืนจะเปลี่ยนสีคล้ายแมลงเพียงเพื่อต้องการเงินเท่านั้น! ไปตายซะได้ก็ดี! อึ่ก..อึก..ฮืออออ...

...

..

.

มือผมที่กำแน่นถูกมือบางเคลื่อนเข้ามากอบกุม ผมลืมตาตื่นมาเมื่อรู้สึกถึงความชื้นที่ดวงตาและความเศร้าเสียใจที่จู่ๆ ก็ปะทุขึ้นในอก ฝันร้าย...ความฝันที่อยากจะลืม...แต่มันไม่เคยไปไกลจากตัวผมเลย ถ้าไม่ได้มือบางนี้คอยปัดเป่า ผมเล่าทุกอย่างให้ร่างบางฟัง...

นายฆ่าใคร? แม่...หรือเด็กผู้ชายขายตัว หรือ...ตัวเอง!

ริวถามกลับผมด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนนุ่มเบาแล้วบรรจงแนบจูบที่ข้อนิ้ว ทีละนิ้ว...ทีละนิ้ว

ช่างมันเถอะ ไม่เป็นไรแล้วนะ ไม่ต้องฆ่าแล้ว...อภัยให้แล้วนะ...เคตะ

จูบหวานๆ ยังคงแนบประทับให้ฝังลึกลงไปถึงจิตใจ ผมแทบไม่รู้สึกถึงน้ำตาที่ไหลรินออกมา ความอบอุ่นของอ้อมกอดนี้ทำให้ผมไม่รู้สึกกลัวอีกต่อไป

นายไม่กลัวฉันเหรอ ไม่จ้องมองด้วยสายตาที่คล้ายๆ กับทุกคน นาย...นายแปลกนะ

อา..คงกำลังสับสนพร้อมกับนาย...ปีศาจฆาตกรของชั้น

ฝ่ามืออุ่นบรรจงลูบไล้เส้นผมของคนที่กำลังก้มหน้าลงที่ตักนุ่มของตัวเองพร้อมยิ้มจางๆ เพื่อปลอบโยนคนตรงหน้า...

...ผม...ไม่ต้องฆ่าผมก็ได้...

............................................................

หลังจากที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นในวงแขนของเด็กคนนี้ราวกับเด็กแรกเกิดใหม่...ก็ได้หลับคาวงแขนจนกระทั่งเช้า ฝ่ามือยังคงสอดประสานกันเหมือนจิตใจของเราทั้งสอง

...

.

ริวตื่นขึ้นมาก็พบกับอาหารเช้าง่ายๆ บนโต๊ะข้างเตียงแนบมากับกระดาษโน้ตที่มีข้อความสั้นๆ ...รอยยิ้มน้อยๆ เริ่มผุดขึ้นจากมุมปากน่ารักจนกลายเป็นยิ้มกว้างอวดโชว์เขี้ยวน้อยๆ ในที่สุด จากนั้นจึงเริ่มลงมือจัดการกับอาหารเช้าที่น่าอร่อยนั้น...

โอ๊ะ!

เจ้านกน้อยตัวอ้วนกลมบินมาเกาะที่ขอบเตียงแล้วค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้พลางส่งสายตาแป๋วๆ กลมโตแลดูน่ารักน่าชังเป็นการหยั่งเชิงคนไม่คุ้นหน้าแล้วจึงเอาหัวกลมๆ ที่เต็มไปด้วยขนนุ่มๆ มาเคล้าคลอผิวกายของคนบนเตียง

โบล์ว...เจ้านี่เอง ขอโทษทีนะ...โซ่ของแกอยู่กับชั้น ริวพูดพลางอุ้มเจ้าตัวน่ารักขึ้นมาคุย

ชั้นเองก็อยากจะถูกเคตะล่ามโซ่เหมือนแก เพราะฉะนั้นขอยืมหน่อยนะ จูบเบาๆ บรรจงแนบกดลึกลงไปที่ท้องขาวๆ กลมๆ ของเจ้าโบล์ว...ขออยู่แบบนี้ซักพักนึงเถอะนะ...พระเจ้า...ความฝันแสนสุขเพียงชั่วครู่...ขอให้ริวอยู่กับมันอีกซักนิดเถิด...

..

.

ริวอิจิ...ในโลกที่สับสนของฉัน...มีเธอคนเดียวเท่านั้นที่สวยงาม

หมู่นี้ริวมักจะยิ้มให้เห็นบ่อยๆ สีหน้าที่ปราศจากอารมณ์ความรู้สึกเมื่อครั้งแรกที่เจอกันนั้น...เชื่อว่าเมื่อก่อนคงจะแสดงสีหน้าเช่นนี้อยู่เสมอ...ก็ริวกำลังจะหัวเราะ...ความร่าเริงของนายทำให้ติดตาตรึงใจ...อา...อยากอยู่ใกล้ชิด...อยาก...

สวนสนุกกำลังเปิดฉากใหม่...ความสนุกกำลังรออยู่ ผมเห็นริวจังกำลังยืนถือลูกโป่งหลากสีรออยู่เบื้องหน้าพร้อมรอยยิ้มสดใส...รอเดี๋ยวนะ ผมกำลังเข้าไปหา...เข้าไปสวมกอดเจ้าของรอยยิ้มน่ารักนั้น...ลูกโป่งต่างพากันหลุดลอยเป็นอิสระขึ้นไปบนท้องฟ้าคราม...ไม่มีอีกแล้ว...ตัวตลก...

..........................................................