2006/Nov/16

Story : 影法師の声 (Kageboushi no koe)

Paring : KeiRyu

Author : Jitsu ()

::TxT::TxT::TxT::TxT::TxT::TxT::TxT::TxT::TxT::TxT::TxT::TxT::

ถ้าหากจะตายเพราะรักก็มีความสุข...

..

.

::Prelude::

ภายในห้องสลัวๆ แห่งหนึ่ง เงาบางๆ ของชาย 2 คนบนเตียงริมหน้าต่างที่เต็มไปด้วยรอยเปรอะเปลื้อนของของเหลวสีแดงที่ไหลซึมจากร่างบางในอ้อมกอดแกร่ง ไหลรินลงมาเรื่อยๆ...เรื่อยๆ...จนผืนผ้าขาวบริสุทธิ์ถูกย้อมด้วยความน่ากลัว..และ..ความเศร้า!?...

โครม ประตูไม้เก่าๆ ถูกผลักออกโดยแรงพร้อมกับร่างของชายนิรนามอีกสองคน...ผู้เยี่ยมเยียนยามวิกาล...อา...คงต้องต้อนรับแขกแล้วสินะ

นะ...นี่มัน...

แก...ทำอะไรวะ!

ภาพเบื้องหน้าที่ประจักษ์แก่สายตาของผู้มาใหม่ทำให้รู้สึกคลื่นเหียนมิใช่น้อย บรรยากาศแบบนี้มันอะไรกัน!!

เขาตายแล้วนี่! แกฆ่าเขาเรอะ

เฮ่! คำพูดถูกตะโกนออกมาจากปากของผู้มาใหม่ที่ ณ บัดนี้ยังตะลึงกับภาพที่เห็น

หุบปากซะ!...เดี๋ยวริวก็ตื่นหรอก...

หยุดนะ...จะทำอะไรริว

.

ภาพจากสื่อต่างๆ ถูกเผยแพร่อย่างรวดเร็วราวกับกำลังสนุกสนานกับของเล่นชิ้นใหม่ ฆาตกรในคดีฆาตกรรมวัยรุ่น ณ.เมืองโตเกียว มหานครที่ไม่เคยหลับใหล เมืองที่เต็มไปด้วยสิ่งยั่วยุ อาชญากรรมที่ผุดขึ้นมามากมายราวกับดอกเห็ด ฆาตกรต่อเนื่องรายหนึ่งได้ถูกจับตัวแล้ว...เขาคือ ทาจิบานะ เคตะ อายุ 21 ปี เป็นครูโรงเรียนประถมต้น...

ปล่อยเดี๋ยวนี้! เอาคืนมา!..เอาของๆฉันคืนมา! ริว...ไม่ตายใช่มั๊ย!! ย๊ากกกกกก...!!!

ชายหนุ่มที่ถูกจับกุมพยายามร้องตะโกนดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง ใช่! ทำไมคนเหล่านี้ช่างมาวุ่นวายกับตัวเขาซะจริง...ริวยังไม่ตายซะหน่อย อย่ามาเอาริวไปนะ ไม่! อย่า!...

พรั่บ..พรั่บ.. การจับกุมตัวฆาตกรได้แล้ว ขณะนี้กำลังจะส่งตัวไปทางเฮลิคอปเตอร์เหนือน่านฟ้า

เฮ่! โผล่ออกมาแล้ว!

ขณะนี้ปีศาจฆาตกร ทาจิบานะ เคตะ ถูกคุมตัวไปยังสถานีตำรวจเมืองโตเกียว!

อย่าดันเซ่!

เสียงโวยวายดังตะโกนกึกก้อง นักข่าว สื่อมวลชนหลากหลายแขนง รวมทั้งประชาชนทั่วเกาะญี่ปุ่นกำลังจับจ้องข่าวคราวอาชญากรหนุ่มผู้นี้ หนังสือพิมพ์ทุกฉบับพากันพาดหัวข่าวใหญ่ติดต่อกันเป็นเวลานาน

...........................................................

..............................................

..................................

ในเมืองที่ยุ่งเหยิง...มีเขาเท่านั้นที่น่าเกลียดกว่าทุกคน...มีเขาเท่านั้นที่..สวยงามยิ่งกว่าใคร...

ความจริงที่ไม่สามารถพูดได้!...

..

.

ไม่ผิดหรอก...ลูกชายของเรา...ริวอิจิ

โฮ! ทำไม...ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้! พระเจ้า!

ร่างชายหญิงเจ้าของร่างบางผู้ไร้ซึ่งวิญญาณได้แต่พร่ำไห้ เศร้าโศกเสียใจ...กับร่างขาวซีดบนเตียงเหล็กที่สัมผัสถึงความเย็นเยือกเหมือนจะบอกให้รู้ว่า...บัดนี้ ร่างบางที่นอนสงบนิ่งได้จากพวกเขาไปแล้ว...

ชั่วนิรันดร์.

ฝูงชนยังคงให้ความสนใจ จิตวิทยามวลชนยิ่งทวีไอร้อนขึ้นเรื่อยๆ...

มันไม่ใช่มนุษย์!!

ขอดูหน้าไอ้ฆาตกรทีเถอะ!

ให้ตายเถอะ! ชั้นรู้จักเค้านะ...เค้าเป็นเพื่อนบ้านที่ดี..

เค้าอยู่แถวนี้นี่..ไม่อยากเชื่อเลย

ภาพข่าวจากสื่อต่างๆ ยังคงทำงานของมันต่อไปไม่หยุดหย่อนเหมือนฟันเฟืองที่ไม่ยอมหยุดหมุน...

เฮ่! อย่ามาทำลายริวอิจิของผมสิ...แล้วนี่เค้าตั้งฉายาผมว่าอะไรกันนี่! หงุดหงิดชะมัด!

วัยรุ่น อายุ 17 ปี กลายเป็นเหยื่อเคราะห์ร้ายรายสุดท้ายในคดีของฆาตกร Blindmanคือ...โอกาตะ ริวอิจิ มีอาชีพขายตัวเหมือนวัยรุ่นคนอื่นๆ...

Why are they crying crazily?

Ive got it.

...........

:: Concerto ::

- 1 -

ความจริงที่ไม่สามารถพูดได้!... เป็นจริงเพียงเรื่องเดียว...รัก

ผมหลับตาลง...ทั้งที่อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ ทำไมผมถึงสงบได้ขนาดนี้...จนตัวเองยังอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ อา...เต็มไปด้วยแสงไฟ...ความวุ่นวายของผู้คน...อ้อ! จริงสิ! รู้แล้วล่ะ...งานคาร์นิวัล!

..

.

ขอเชิญคุณหนูๆ แวะเข้ามา...1ปีมีเพียงหนเดียว...งานคาร์นิวัลนี้ ลืมความทุกข์ซะ! แล้วมาสนุกกันให้เต็มที่! ตัวตลกโจ๊กเกอร์ปากแดงกับตุ๊กตากระต่ายสีขาวหูยาวที่ถูกพันด้วยผ้าพันแผล ทั้งใบหน้า..ดวงตา..หน้าอก..และหัวใจ ถูกดึงออกมาจากหมวกสีดำทรงสูง...พร้อมกับมีดยาวสะท้อนแสงของโลหะคม มันดูช่างไม่เข้ากันเอาซะเลย

เคตะ..แม่แท้ๆ ของนาย...ที่นี่งัยล่ะ สวนสนุกเคลื่อนที่! เพราะนายออกมาจาก หมวก!!

เคตะ..เอ้า!เร็วเข้าสิ! โลหะแหลมคมถูกส่งให้กับเด็กน้อย...

จะ...จะทำอะไร!!!?

ของแบบนี้...ไม่จำเป็นเลย

สีหน้าตื่นตะหนกหวาดกลัว ดวงตาที่ฉายแววหวาดกลัวเบิกกว้างขึ้นพร้อมกับเสียงโลหะสัมผัสผิวเนื้อนุ่มของหญิงสาวผมลอน...อ๊ากกกก...!!!...

..

.

ชายหนุ่มดวงตาสีนิลไร้ซึ่งแววตากำลังจับจ้องโลหะปลายแหลมที่บัดนี้มันเต็มไปด้วยคราบสีแดงขุ่น กลิ่นคาวยังคงโชยคละคลุ้งออกมาจากร่างที่ไม่ไหวติง...ชายหนุ่มผู้ซึ่งถูกปิดตา...

เข้าใจแล้วล่ะ แม่...เอาน่า..ไม่เป็นไรแล้ว! ของสกปรกไม่มีประโยชน์...แบบนี้สิ...สวยดี

ตึ่ก...ตึ่ก... เสียงฝีเท้าเบาๆ ก้าวย่างเข้ามาช้าๆ...

ใครกัน!? ผมรีบหันกลับไปยังต้นเสียง หลังจากจัดการกับของสกปรกนั่นให้ดูสวยงามขึ้น...

ภาพที่ปรากฏเป็นเพียงชายหนุ่มผมดำ ร่างบางสวยกับใบหน้าหวานที่ดูไร้สิ่งสะท้อนจากดวงตาเรียวสวยนั่น ราวกับตุ๊กตากระเบื้องที่สามารถเคลื่อนที่ได้เท่านั้น มือของผมกลับเพิ่มแรงกระชับมีดยาวในมือไว้พร้อมกับบังคับไม่ให้มันสั่น

เฮ่! ริว! เร็วเข้า..เดี๋ยวก็โดนฮิซาโตะเล่นงานอีกหรอก!

มีคนอีกคนโผล่เข้ามาพร้อมทั้งตะโกนเรียก...อืม...ริวเหรอ...

ปั่ก!

อ๊ะ! คนที่เข้ามาใหม่ล้มลงอย่างแรงเมื่อโดนถูกกระแทก

ไอ้บ้าเอ๊ย! แน่จริงอย่าวิ่งหนีสิวะ อ๋า..อ..ไอ้นั่นมัน...มันฆ่าคนตายนี่หว่า เฮ่! ริวดูนี่สิ!

ร่างบางไม่ได้สนใจกับเพื่อนที่เข้ามาใหม่เลยแม้แต่น้อย สายตาเรียวสวยเหลือบไปสะดุดกับสร้อยเส้นเล็กๆ ที่มีป้ายโลหะสีเงินติดอยู่ จึงหยิบขึ้นมาจากกองคราบเลือดเบื้องหน้า สายตาเหม่อมองดูแสงที่สะท้อนวาวจากโลหะที่ถูกยกสูงขึ้น

...จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ การฆาตกรรมอย่างต่อเนื่อง...

...

..

.

แฮ่ก..แฮ่ก... ผมวิ่งออกมาจากที่ตรงนั้นอย่างรวดเร็ว ผมเป็นฆาตกร! เกี่ยวข้องกับวัยรุ่น 6 คน และท้ายที่สุด..ผมก็จับปิดตาฆ่าตายทั้งหมด...มีรายงานข่าวทุกวัน ติดต่อกัน Blindman ทำให้ทั่วทั้งเมืองโตเกียวตกอยู่ในภาวะหวาดกลัว เวลาจะลงมือฆ่า..หัวใจจะเต้นแรงจนรู้สึกเหมือนตัวเองจะตาย...ผมไม่สามารถควบคุมความต้องการและแรงกระตุ้นได้...ผมกำลังจะเป็นบ้าหรือนี่!? แต่วัยรุ่นคนนั้นเห็นหน้าของผม! จบ...จบแน่...จบกัน!

ณ. โรงเรียนประถมต้น...

นี่มันอะไรกันคะ คุณครูเคตะ

เอ๋?

ดูสิคะ ชินยะน่วมไปทั้งตัว โดนอากิระวีนเอาซะ เด็กอะไร๊!

งัย..คราวนี้เรื่องอะไรอีกล่ะ อากิระ ผมลดตัวย่อเข่าลงนั่งยองๆ ตรงหน้าเด็กแสบที่ชื่อ อากิระ

ก็...ชินยะน่ะ...เค้าบอกว่าผมเป็นเด็กไม่มีพ่อแม่... เจ้าตัวน้อยทำหน้าเศร้าพูดเสียงติดสั่นเครือ

ชินยะ..รู้มั๊ยว่าผู้ใหญ่เค้าเรียกมันว่าอะไร...ความลำเอียง ยังล่ะ...เป็นโรคที่มีมานาน...และแพร่กระจายไปทั่วประเทศนี้...บังเอิญมันเกิดขึ้นกับเด็กคนอื่นๆ ที่ไม่ใช่เธอ...เธอน่ะโชคดีนะ...การพูดถึงปมด้อยของคนอื่นมัน...

พอที!... จู่ๆ อากิระก็ตะโกนขึ้นมา

เอ๋!?

แบบนี้ ผมก็เป็นเด็กโชคร้ายน่ะสิ! แล้วเด็กน้อยก็วิ่งออกไป

เฮ่! อากิ...อากิระ

เด็กบ้า...คุณครูอุตส่าห์พูดแทบแย่

อย่าไปว่าแกเลยครับ ผมคงพูดไม่ค่อยเก่ง...ทั้งที่ผมเองก็ได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อแม่อุปถัมภ์เหมือนอากิระคุง

อา... เสียงหญิงสาวเศร้าลงไป

ผมอยู่กับแม่แค่ 2คน หลังจากแม่ถูกโจรฆ่า ผมก็ย้ายไปอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

ขะ...ขอโทษนะคะ ชั้นไม่ทราบมาก่อน

ช่างเถอะครับ ว่าแต่เห็นอากิระคุงเป็นแบบนี้ ความจริงเป็นเด็กน่ารักนะครับ บ้านเราใกล้กัน อากิระคุงมักจะมาช่วยดูแลเจ้าโบล์วที่บ้านบ่อยๆ

โบล์ว...สุนัขเหรอคะ?

หึ...หึ...เปล่าครับ อะไรเอ่ย?!

จู่ๆ ไหล่ของผมก็รู้สึกหนักขึ้นมาเล็กน้อย แขนขาวๆ บางๆ ถูกพาดข้ามไหล่มาจากทางด้านหลัง แล้วสายสร้อยโลหะเงินคุ้นตาก็ถูกมือข้างนั้นจับโชว์ต่อหน้าผม

นี่..เจ้าของปลอกคอของสัตว์เลี้ยง มีเบอร์โทรศัพท์ซะด้วยสิ! เสียงนุ่มๆ กระซิบข้างหูผม

อ๊ะ! ผมรีบสะบัดไหล่ให้หลุดจากคนเบื้องหลังแล้วจ้องมองทางต้นเสียง

โบล์ว...ชื่อเพราะดีนี่

ผมมองด้วยแววตาตกตะลึง เด็กหนุ่มเมื่อคืนนี่! มันเรื่องอะไรกัน!? นั่น..มันที่ทำตกเอาไว้...ไม่ได้การแล้ว...หมอนี่ต้องปากสว่างแน่!

อ้าว! คุณรู้จักคุณครูเคตะด้วยเหรอคะ

ฮะ สายตาเรียวสวยละจากคู่สนทนา มองมาอีกทาง

คืนนี้นัดเจอกันหน่อยนะครับ ไม่ได้เจอกันนานแล้วนี่ พี่เคตะ

ว้าย! คุณครูเคตะมีน้องชายน่ารักแบบนี้ด้วยเหรอคะ ชื่ออะไรจ๊ะ?

ริวอิจิฮะ...เรียกว่า ริว ก็ได้ฮะ ร่างบางพูดพรางห้อยสร้อยคล้องกับลำคอสวยของตนเอง อวดป้ายสีเงินให้อีกฝ่ายดูพร้อมทั้งก้าวเข้ามาข้างหน้า...ใกล้ๆ

งัย! เวิร์คมั๊ยฮะ...พี่ชาย สองขายังคงก้าวเข้ามาใกล้ๆ ก่อนที่จะหยุดกระซิบ...

คืนนี้เจอกันที่ร้าน..ไม่เช่นนั้น ชั้นจะผูกของที่ทำตกชิ้นนี้กับคอของชั้นแบบนี้แหละ...ตกลงตามนี้นะ นี่..ที่อยู่ของร้าน... เรียวนิ้วสวยหยิบกระดาษที่ถูกขีดเขียนก่อนหน้านี้ยัดใส่กระเป๋าเสื้อผม ก่อนจะวิ่งออกไปพร้อมทั้งตะโกนตามหลังว่า ถ้ามา...จะคืนให้

ผมยังตกตะลึงไม่หาย..รู้จักที่นี่จากเบอร์โทรสินะ แล้วมาเพื่ออะไร...ถ้ามอบสิ่งนั้นให้ตำรวจล่ะก็..เสร็จแน่!! เจ้าเด็กนั่นคิดจะทำอะไรนะ!? แววตาของเจ้านี่ไร้ชีวิตชีวาสิ้นดี ทั้งๆที่รู้โฉมหน้าที่แท้จริงของผม...ทำไมนะ...!?

ณ. ผับแห่งหนึ่ง แสงสียังคงถูกย้อมกลบทับความมืดในยามค่ำคืน ผู้คนต่างกลืนหายไปพร้อมแสงสีเสียงดนตรีที่ดังกระหน่ำ ราตรีนี้ยังอีกยาว...

แกเป็นใคร!? มาผิดที่แล้วเฟ้ย!

กลับไปซะ! คนต่อไป...

เฮ่มีคนบอกให้มาที่นี่ คืนนี้! ได้ไอ้นี่มาจากคนที่ชื่อริว

ริว...ริวอิจิ!?

OK. ชั้นสองห้องสีฟ้า...ระวังตัวด้วยเดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน...

เจ้านั่น..เรียกริวเฉยๆ มันไม่กลัวตายว่ะ!

ผมผละออกจากที่นั่น ข้างล่างเป็นไนท์คลับ...ส่วนข้างบนที่นี่...ให้ตายเถอะ!

แกร่ก... ประตูถูกเปิดออก ภาพตรงหน้า...ให้ตายสิ...

โอ๊ย! เจ็บนะริว!

เชิญ...มาช้าเหลือเกินนะคุณ...

ร่างบางที่เปลือยแผ่นอกกำลังนั่งคร่อมชายอีกคนบนเตียง มือทั้งสองข้างของชายผู้นั้นถูกจับขึงไว้ที่หัวเตียงด้วยกุญแจมือ...

แต่ว่า...ห้องนี้คงไม่เหมาะนะ... ขาเรียวสวยที่ถูกห่อหุ้มด้วยกางเกงหนังสีดำถูกยกก้าวข้ามลงจากเตียงอย่างรวดเร็ว สร้างความไม่พอใจให้อีกฝ่ายไม่ใช่น้อย

เฮ่! อย่าเพิ่งไป! ไหนว่าจะมาสนุกด้วยกันงัย อย่าล้อเล่นน่า...เดี๋ยวฮิซาโตะก็จะมาแล้วนะ! ถ้ารู้ว่าแกพยายามจะทำล่ะก็...แกถูกฆ่าตายแน่! ริว!

เสียงตะโกนยังคงดังกึกก้อง หากแต่ร่างบางไม่ได้สนใจใยดีแม้แต่น้อย กลับพาคนข้างหน้าเข้าไปอีกห้องหนึ่ง...ห้องน้ำ...ร่างบางขึ้นไปนั่งบนขอบอ่างล้างหน้าหรูก่อนที่อีกคนจะก้าวมาหยุดตรงหน้า

ตรงนี้ดีกว่า...บอสเป็นคนขี้ระแวง ชอบแอบติดเครื่องดักฟังไว้หลังเตียง...มันต้องมีความลับกันบ้าง...

หรือว่า...นาย... ผมเริ่มจะเข้าใจอะไรบางอย่างแล้ว

นี่มันซ่องที่มีอิทธิพล นายขายตัวรึนี่! แล้วโรงเรียนล่ะ...เป็นเด็กเป็นเล็กใช้ชีวิตเสเพลแบบนี้ได้ยังงัย!?

ช่างสมกับเป็นครูเชียวน้า...นายไม่มีสิทธิ์มาสอนชั้น...ตอนกลางวันใส่หน้ากากคุณครูขาวบริสุทธิ์...กลางคืนเป็นโฮโมออกล่าผู้ชายขายตัวข้างถนนแล้วก็ฆ่าทิ้ง...

หยุด...หยุดนะ! คนอย่างพวกแกต้องการอะไร รู้นะ...เอ้า...นี่คือเงินทั้งหมดของฉัน เอาไปเลย

พรึ่บ! ผมขว้างธนบัตรก้อนโตใส่เจ้าหมอนี่ อยากให้ทุกอย่างจบไปซะ

พอใจรึยัง แล้ว..เอาปลอกคอคืนมา...เอาคืนมาเร็วเซ่! เร็ว!

ผมรีบเข้าไปคว้าสร้อยเส้นนั้นมาอย่างรวดเร็วจนมันขาดด้วยอาการที่เริ่มจะคลุ้มคลั่ง

ไม่ใช่ของฉัน...ของฉันอยู่ไหน!?

ฝากไว้กับเพื่อน ถ้าหากชั้นถูกนายฆ่าก็จะได้มอบให้กับตำรวจซะ

ฮึ่ม...แกต้องการอะไรกันแน่!? ผมเริ่มไม่เข้าใจคนตรงหน้ามากขึ้นทุกที ปวดหัวชะมัด

แค่...พาชั้นออกไปจากที่นี่...ชั้นอยากเป็นอิสระ...

หมายความว่า...อยากจะถอนตัวจากธุรกิจนี้เรอะ! ก็หนีสิ...

มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก เคยหนีหลายหนแล้ว...สุดท้ายก็กระอักเลือด เฮอะ! ในที่สุดนี่คือสิ่งที่แสดงความเป็นเจ้าของของหมอนั่น

รอยสักสีดำรูปกิ้งก่าถูกล่ามโซ่ถูกเผยให้เห็นที่หน้าอกด้านซ้าย มือบางลูบไล้ไปมา

ฮิซาโตะน่ะ ทำธุรกิจทั้งโสเภณีหญิง ชาย และยาด้วย ไม่มีใครทำได้หากไม่ได้รับการยินยอมจากเขา...เมื่อรู้แบบนี้แล้วไม่มีใครหน้าไหนคิดจะช่วยชั้นซักคน...ทุกคนกลัวตายกันทั้งนั้น!

ถ้างั้นแล้วฉันจะไปทำอะไรได้! ครูจนๆ ธรรมดาจะทำอะไรได้งั้นเล่า! เหลวไหลสิ้นดี

ผมเริ่มโมโหมากขึ้นเรื่อยๆ ทำไมผมต้องทำตามเจ้านี่ด้วยล่ะ หาเรื่องชัดๆ

แล้ว...อยากได้มันคืนมั๊ยล่ะ? ชั้นจะบอกให้ว่าอยู่ไหน!?

ร่างบางเอื้อมมือไปคว้ามือแกร่งเข้ามาใกล้ ไล้ปลายนิ้วเรียวสวยให้ปลายนิ้วของคนตรงหน้าสัมผัสกับริมฝีปากบางนุ่มก่อนที่จะแทรกนิ้วแกร่งให้เข้าไปภายใน...สัมผัสเบาๆ กับความเย็นเปียกชื้นของสิ่งแปลกปลอมที่ปลายลิ้นในปากบาง...ปลายลิ้นแดงค่อยๆ เกี่ยวพันดึงรัดปลายนิ้วเค้าไว้...แต่มันไม่สื่ออะไร...

อึ่ก...ไอ้บ้า! ทุเรศสิ้นดี

ผมรีบวิ่งออกไปจากสถานที่น่าอึดอัดนี้ก่อนที่ตัวเองจะควบคุมไม่ไหว หรือก่อนที่จะถูกคุกคามมากไปกว่านี้...ปลายนิ้วที่ยื่นเข้าไปสัมผัสป้ายโลหะชิ้นเล็กที่ถูกร้อยด้วยห่วงเล็กๆ ถูกเจาะเข้ากับปลายลิ้นของอีกฝ่ายนั้นทำให้ผมรู้สึกแย่ ที่สำคัญร่างบางตรงหน้ากลับไม่แสดงปฏิกิริยาใดๆ นอกจากอาการเฉยชายังคงเหมือนคนไม่มีชีวิตนี่สิ อันตราย....หนี! ต้องหนีก่อนจะถูกแววตานั้นจับได้...

..

.

แกร่ก... ประตูบ้านถูกเปิดออกพร้อมกับสิ่งมีชีวิตอีกหนึ่งที่กำลังรอคอยการกลับมา

อา...แฮ่ก...แฮ่ก..โทษทีนะ อุตส่าห์ซื้อปลอกคอกับป้ายชื่ออันใหม่ให้แล้ว...แต่ดันทำตกซะก่อน...โบล์ว

ผมมองโบล์วที่ออกมารับผมเหมือนเช่นทุกที...ดวงตา..จริงสิ ดวงตาของเด็กคนนั้นเหมือนดวงตาของสัตว์ที่ปราศจากความรู้สึก...ดวงตาคู่นั้นคล้ายจะบอกว่าจะเล่าเรื่องทุกอย่างของแก...ถ้าจะถูกข่มขู่อย่างนี้ทั้งชีวิตล่ะก็...ฆ่าดีกว่า ถ้าฆ่ามันได้จะไม่มีใครรู้ความลับ...แต่...จริงสิ!...ผมกลัว...ดวงตาคู่นั้น...

มีลูกโป่งมาแจก...เธอเกิดที่นี่

ตัวตลกยังคงแสยะยิ้ม ลูกโป่งหลากหลายสีในมือกำลังจะถูกแย่ง

Come onเข้ามาเลย...มาเร็ว...Dont dis me! Dont dis me!

เฮ่! ตัวตลกเรียกอีกแล้ว ผู้หญิงปิดตาเลือดโชกนั่นก็ด้วย...กำลังมา...

อ๊ากกกก...ก...แฮ่ก..แฮ่ก...

ผมสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย...ใช่!...แค่ฝัน...ราตรีนี้ช่างยาวไกลจริงๆ

........................................................

ฮิซาโตะ! รูปถ่ายพวกที่ถูกฆาตกรที่ว่าฆ่าตายเมื่อคราวก่อน ลองดูสิ!...ได้ยินว่าเซย์โงะของพวกเราหายไป ทางผู้สื่อข่าวเลยส่งมาให้ เพราะว่าตำรวจกำลังเร่งสืบคดีนี้อยู่...เฮ่! ฟังอยู่รึเปล่า?

ฉึ่ก!

อ๊ากกก...

ลูกดอกถูกมือดีปามาจากอีกด้านหนึ่งของห้อง พุ่งตรงเข้าปักตรงกลางฝ่ามือของคนพูดมากให้ติดกับเป้าที่แขวนไว้ รอยยิ้มเย็นๆ ผุดขึ้นที่มุมปากของคนที่นั่งปาลูกดอกเล่น ข้างกายขนาบด้วยหญิงสาวสวยร้อนรุ่ม

หุบปาก...ได้ยินชัดเต็ม 2 รูหูแล้วเฟ้ย...แล้วก็กำลังดูอยู่ หึ..หึ..

ไอ้เด็กขี้ขโมย! จับส่งตำรวจซะเลย

เสียงชายคนหนึ่งที่กำลังยื้อยุดกล่องดนตรีแสนสวยในมือเด็กน้อยนั้นทำให้ผมต้องหันไปมอง นั่นมัน... อากิระ นี่!

เดี๋ยวก่อนครับ! เด็กคนนี้เป็นลูกศิษย์ของผมเอง...เอ้า! ผมควักเงินจากกระเป๋ากางเกงส่งให้ชายคนนั้นก่อนที่เค้าจะลงมือทำร้ายอากิระคุงไปมากกว่านี้

เฮ้ย! ไม่เกี่ยวกัน เด็กคนนี้มันขโมยของเป็นสันดานไปซะแล้ว! อารมณ์ของชายคนนั้นยังคงสูงอยู่...

ผมจะซื้อกล่องเพลงอันนี้เองละกัน!

เอ๊ะ! เสียงนี้มัน...

นี่รับไปสิ เงินนาย...เคตะ ใช่จริงๆ ด้วย...ริว...

หลังจากนั้นผมจึงพาอากิระและริวไปนั่งพักที่บันไดทางเดินในย่านการค้า ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุแถวชิบุย่าเท่าไหร่...

ไม่ทำแบบนี้อีกนะ อากิระคุง! อยากได้ก็บอกครูเค้าซะ จะได้ซื้อให้ ริวนั่งลงข้างๆ อากิระแล้วพูดไปพลางลูบหัวอากิระไป อากิระเองก็มองริวอย่างงงๆ

นายเป็นใคร?

อากิระ! ผมพยายามหยุดคำถามของอากิระคุงก่อนที่เด็กคนนี้จะถามอะไรมากไปกว่าที่ควรจะเป็น

ชั้นชื่อ ริวอิจิ เป็นน้องของครูหัวแข็งนั่น! ริวพูดพลางชี้นิ้วเล็งเป้าหมายมาที่ผม พูดแบบนี้หมายความว่าอย่างงัยกัน...ริว!

ไม่เห็นจะเหมือนเลย! อากิระยังคงจ้องมองเราสองคนสลับกันไปมาจนคิ้วน้อยๆ ขมวดชนกัน

จริงสิ อายุห่างกันเยอะ...แต่ตอนอยู่บ้านนอกเป็นพี่ชายที่ดี มีความเชื่อมั่น ใจดี คอยสอนหนังสือให้เสมอ...พ่อแม่หวังจะให้เป็นนักฟุตบอล แต่แล้วเกิดความกดดันมากเกินไปจนทำให้สุขภาพไม่ดี สุดท้ายทนไม่ได้ หนีออกจากบ้านหายไป... ริวเดินเล่าเรื่องต่างๆ ไปเรื่อยๆ อย่างเหม่อลอย เหมือนไม่ได้ตั้งใจให้ใครซักคนฟัง หากแต่เล่าเพื่อรำลึกถึงมันเองเท่านั้น

เป็นเพราะพ่อแม่ใส่ใจเฉพาะพี่ชายที่เก่งกาจ ชั้นก็เลยหนีออกจากบ้าน...ชั้นออกตามหาพี่ชายจนมาถึงที่นี่

ผมเดินมองร่างบางที่กำลังเพลิดเพลินอยู่นี้ราวกับกำลังเล่านิทานให้เด็กฟัง...เรื่องพี่ชายของริว!? ไม่สิ...ทั้งๆ ที่คนที่ผมต้องฆ่ายืนอยู่ตรงหน้านี้แล้ว นี่ไม่ใช่เวลาจะฟังเรื่องพวกนี้...ผมจึงรีบตัดบทเมื่อเดินมาถึงหน้าบ้านของอากิระ

เอ้า! ถึงแล้ว...เอานี่ไปซะ ผมยื่นกล่องเพลงรูปม้าหมุนทรงโรมันที่เพิ่งได้ให้เด็กน้อย

จะฝากครูอ่ะ

เอ๋?

ถ้าพวกนั้นรู้ว่าใครซื้อให้ล่ะก็...เป็นเรื่องแน่ เอาไว้ไปเลี้ยงเจ้าโบล์วที่บ้านครูแล้วค่อยฟังนะ

ได้สิ ผมยิ้มแล้วรับกล่องเพลงนั้นจากมือของอากิระ เด็กที่แม้จะอยู่ในสภาพที่ต่อต้านพ่อแม่อุปถัมภ์ แต่ก็ยังพอจะเปิดใจได้บ้าง ใช่มั๊ย? อากิระ...!

หลังจากส่งอากิระคุงเรียบร้อยแล้ว ริวยังคงตามผมมาที่บ้านที่อยู่ไม่ไกลกันนัก...ขอบหน้าต่างหนาถูกใช้เป็นที่วางกล่องเพลง ริวกำลังจับม้าในนั้นให้หมุนไปรอบๆ แกนกระโจมรูปครึ่งวงกลมไปเรื่อยๆ...

เป็นครูที่วิเศษมากเลยนะ เคตะ...ทุกครั้งที่เดินผ่านหน้าโรงเรียน มักเห็นนายยิ้มแย้มและอ่อนโยนกับเด็กทุกคน...

เอ๋! รู้จักผมมาก่อนหรือ!?

ทำไมนะ ชั้นถึงลืมใบหน้าเช่นนั้นของนายไม่ลง เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยจะเห็นนายยิ้ม...คงเป็นเพราะกำลังทุกข์ใจ คิดว่าสิ่งอันตรายกำลังจะมาจากที่ใด... ริวหยุดเล่นม้าหมุนนั่นก่อนที่จะเหลือบตามองมาที่ผม เคลื่อนตัวไปนั่งที่ขอบเตียงนุ่ม

ในที่สุด...ก็รู้ความลับของนาย

ทำไมนะ ถึงทำหน้าตาได้สงบนิ่งอย่างนี้ ริวอิจิ...

เรื่องราวของ...พี่ชายของชั้นเป็นความจริง! นายคล้ายพี่ชายของชั้นเมื่อ 5 ปีก่อน...

แล้วได้เจอกับพี่ชายหรือเปล่า? ผมถามออกไปอย่างนั้นแหละ ทำไมจะต้องมาฟังเรื่องพวกนี้ต่อไป...ทั้งๆ ที่ผมจะต้องฆ่าเขา...ต้องฆ่า!

อืม...อาจจะไม่ได้เจออีกทั้งชีวิต... ริวก้มหน้าเตะขาเล่นไปมาพลาง เหมือนกำลังซ่อนใบหน้า...อารมณ์อะไรบางอย่างไว้ ก่อนที่จะล้วงเงินจากกระเป๋ากางเกงยื่นให้ตรงหน้า

จริงสิ เอานี่คืนไป...ถ้าไม่มีเงิน นายคงจนกรอบแย่!

ตอนนี้ผมแทบจะไม่รู้อะไร ในสมองมันมึนตื้อ ได้ยินแค่เพียงคำสั่งเดียวดังขึ้นในสมอง ต้องฆ่า! ผมกำลังทำสีหน้าแบบไหนอยู่นะ หึ...กลัว...หรือ...ตื่นเต้น!

พรึ่บ!...

จู่ๆ แรงดึงจากข้อมือและแรงปะทะก็โถมเข้าใส่ตัวผมอย่างรวดเร็วจนผมไม่ทันตั้งตัว ทำให้ผมหงายหลังล้มลงบนที่นอนนุ่ม เงินจำนวนมากปลิวกระจายตกรอบตัวพร้อมกับร่างบางที่โถมทับตัวผม ข้อมือผมยังถูกจับไว้แน่น เสียงหัวเราะดังไปทั่วห้อง

คริ..คริ..เอาคืน...เมื่อวาน...

เสียงหัวเราะเริ่มเบาลง หากแต่ความอบอุ่นจากกายบางกำลังแทรกซึมผ่านเสื้อเชิ้ตขาวเข้ามาสัมผัสผิวกายของผม มือสวยเปลี่ยนจากการเกาะกุมข้อมือมาเป็นลูบไล้เบาๆ...ค่อยๆ เคลื่อนผ่านลำแขนสู่หัวไหล่หนา กลิ่นกายหอมคลุ้งส่งมาเบาๆ ตามสายลม

ไม่คิดบ้างหรือว่าคนที่ทำงานแบบนี้จะเจ็บปวด...ทำเพราะชอบรึ!? ไม่ใช่แค่เพียงอ้าขาเหมือนผู้หญิง...เพราะเหตุนี้ ความภาคภูมิใจ ความมีคุณธรรม จึงไร้ประโยชน์...การไม่มีอารมณ์ใดๆ ยังจะดีซะกว่า

ร่างบางกระซิบเบาๆ ก่อนที่จะใช้ฝ่ามือดันหัวไหล่ของผมรั้งตัวเองให้ลุกขึ้นมองผม ขณะที่ขาเรียวสวยกดทับที่ขาผมเพื่อไม่ให้มีอาการขัดขืน อา...ดวงตาคู่นี้..จะยอมให้ดวงตาคู่นี้ ข่มขู่ความรู้สึกไม่ได้...เพราะ...จะกลายเป็นทาสตลอดไป...

ถ้าเป็นคนอื่นจะยอมทนได้... ร่างบางยังคงพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาลงเรื่อยๆ พร้อมๆ กับใบหน้าหวานที่กำลังก้มลงมาอีกครั้ง...จนลมหายใจแทบประสานเป็นจังหวะเดียวกัน มือสวยยังคงลูบไล้ต่อไปจนถึงลำคอ...ปลายคางได้รูป...เสียงยังคงกระซิบแผ่วเบา

นาย...นายคนเดียวเท่านั้น ที่ไม่อยากให้ชั้นปฏิบัติแบบนี้...บอกว่ามันอุบาทว์...อาจจะใช่!..แต่...คิดบ้างมั๊ยว่า ทำไมคนเรายอมทำและแบ่งปันความสุขได้ขนาดนี้

มือสวยเริ่มเปลี่ยนจากการลูบไล้ปลายคางคนตรงหน้ามาเป็นแผ่นอกของตน กระดุมเสื้อเม็ดเล็กถูกปลดออกอย่างช้าๆ พลางสอดมือไล้เวียนไปตามรอยสักสีดำที่ตัดกับผิวขาวเนียนนี้

ไม่ว่าใครก็ตาม ต่างต้องการสิ่งที่คล้ายกับตัวเอง แต่ก็ใช่ว่าจะหาเจอได้ง่ายๆ ...มนุษย์จะรวมร่างกายทั้ง 2 ส่วนเป็นหนึ่งเดียว...มันน่าตลกสิ้นดี...น่าขมขื่น...และผิดศีลธรรม...ทั้งรักและทั้งเกลียดชัง ถึงจะมีเวลาอยู่ด้วยกันน้อย ก็จะขออยู่กับนาย... ริมฝีปากบางถูกประทับลงด้านในต้นคอแกร่ง จูบเบาๆ แต่กลับสั่นไหวมากมาย

ไม่...ไม่ได้...จะฆ่า...ฉันจะฆ่านาย ผมพยายามเบี่ยงตัวหนีและใช้มือดันคนข้างบนออก แต่แขนกลับไม่ค่อยมีแรงเท่าที่คิด ทำไมกัน...แค่จูบเดียว

เอาสิ..จะฆ่าก็ได้..

ใบหน้าสวยค่อยๆ เคลื่อนมาหยุดตรงหน้าผม สายตาที่จ้องมองมาเหมือนจะฉุดสติให้บางเบาลงไปอีก เรียวนิ้วสวยกำลังลูบไล้แทรกผ่านเส้นผมที่ปิดบังใบหน้า..เกลี่ยไรผมออกให้พ้นหน้าคม...เสียงกระซิบยังคงไม่จางหาย กลับลอยมาตามลมแทรกซึมผ่านสมอง

แต่...ถ้าฆ่าแล้วต้องกินศพด้วยนะ

ดวงตาสวยสื่อความหมายมากมายส่งผ่านมา...ไม่ไหวแล้ว...ผมคงฉุดรั้งตัวเองไม่อยู่ กลิ่นหอมๆ เสียงหวานๆ กำลังมอมเมาผมจนผมอดไม่ได้ที่จะประทับรอยจูบลงที่แผ่นอกบางเช่นเดียวกับที่ร่างนี้เคยทำกับผมที่ต้นคอ ความรู้สึกจะส่งผ่านเหมือนกันมั๊ยนะ...มันคืออะไรกัน ความลุ่มหลง หรือ...

จะอยู่ด้วยกันทั้งวันทั้งคืน จะกอดและลูบไล้ ถ้าเข้าไปในตัวนายได้...ฉันจะขอเป็นเลือดเนื้อ...เป็นส่วนหนึ่งของนาย...ฉันจะเป็นของนายเพียงคนเดียว...

ชั้นก็จะเป็นของนายเช่นกัน ร่างบางบรรจงแตะริมฝีปากลงมาเบาๆ ที่ริมฝีปากของผม ก่อนที่ทุกอย่างกำลังจะเริ่มต้นขึ้น...รอยยิ้มจางๆ ยังคงประทับอยู่ในใจของกันและกัน...

.................................................................